10 ฟีเจอร์ที่โดดเด่นของ Salesforce CRM Cloud

ในบทความนี้

หากคุณกำลังมองหาวิธีจัดการและปรับปรุงความสัมพันธ์กับลูกค้า คุณอาจต้องพิจารณาใช้ซอฟต์แวร์ CRM คำว่า CRM ย่อมาจาก customer relationship management หรือการบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้คุณจัดเก็บ ติดตาม และวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้าและกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ซอฟต์แวร์ CRM ช่วยให้คุณผสานทีมงานเข้าด้วยกัน รับข้อมูลเชิงลึกที่นำไปปฏิบัติได้จากข้อมูล ดึงดูดลูกค้าเป้าหมาย และรักษาลูกค้าที่ภักดีไว้ได้

หนึ่งในซอฟต์แวร์ CRM ที่ได้รับความนิยมและความน่าเชื่อถือมากที่สุดในตลาดคือ Salesforce CRM ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มผลิตภัณฑ์ Salesforce Customer 360 ที่มอบแอปพลิเคชันชั้นนำสำหรับการตลาด การขาย การค้า และการบริการ โดยทั้งหมดสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มคลาวด์ ด้วย Salesforce CRM คุณสามารถผสานข้อมูลจากแหล่งใดก็ได้ ทำความเข้าใจข้อมูลนั้นด้วยเครื่องมือที่ขับเคลื่อนด้วย AI และดำเนินการได้ทันทีด้วยโซลูชันที่ปรับให้เหมาะกับแต่ละบุคคลและเป็นอัตโนมัติ

Salesforce CRM ได้ช่วยให้ธุรกิจทุกขนาดและทุกอุตสาหกรรมเติบโตมาตั้งแต่ปี 1999 ไม่ว่าคุณจะเป็นธุรกิจขนาดเล็กหรือองค์กรขนาดใหญ่ บริษัท B2C หรือ B2B ผู้ค้าปลีกหรือผู้ผลิต Salesforce CRM ก็สามารถช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายและสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้ ในบทความนี้ เราจะแสดงให้คุณเห็นว่า Salesforce CRM ทำงานอย่างไร มีประโยชน์อะไรบ้างต่อธุรกิจของคุณ และคุณจะเริ่มต้นใช้งานได้อย่างไรตั้งแต่วันนี้

Salesforce คืออะไร

What Is Salesfoce
Salesforce คืออะไร

Salesforce เป็นบริษัทซอฟต์แวร์บนคลาวด์ที่ให้บริการโซลูชันการบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า (CRM) แก่ธุรกิจทุกขนาดและทุกอุตสาหกรรม CRM เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้บริษัทต่างๆ จัดการและปรับปรุงการปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าและกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย 

Salesforce ก่อตั้งขึ้นในปี 1999 โดย Marc Benioff, Parker Harris, Frank Dominguez และ Dave Moellenhoff ซึ่งมีวิสัยทัศน์ในการนำเสนอซอฟต์แวร์ผ่านอินเทอร์เน็ตแทนการติดตั้งลงในคอมพิวเตอร์ แนวทางที่เป็นนวัตกรรมนี้ ซึ่งรู้จักกันในชื่อการให้บริการซอฟต์แวร์ในรูปแบบบริการ (SaaS) ได้ปฏิวัติอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและทำให้ Salesforce กลายเป็นผู้บุกเบิกและผู้นำด้านการประมวลผลบนคลาวด์ ตั้งแต่นั้นมา Salesforce ได้เติบโตขึ้นจนกลายเป็นแพลตฟอร์ม CRM อันดับ 1 ของโลก โดยมีลูกค้ามากกว่า 150,000 รายและผู้ใช้งานนับล้านคน 

Salesforce ยังได้ขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ของตนให้ครอบคลุมแอปพลิเคชันด้านการตลาด การขาย การบริการ การค้า การวิเคราะห์ข้อมูล การผสานระบบ และอื่นๆ อีกมากมาย บริษัทดำเนินงานโดยยึดค่านิยมหลัก 4 ประการ ได้แก่ ความน่าเชื่อถือ ความสำเร็จของลูกค้า นวัตกรรม และความเท่าเทียม Salesforce มุ่งมั่นสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ผ่านโมเดลการกุศล 1-1-1 ซึ่งอุทิศส่วนของหุ้น 1% ผลิตภัณฑ์ 1% และเวลาของพนักงาน 1% เพื่อกิจกรรมการกุศล

ประโยชน์ของ Salesforce

ธุรกิจต่างๆ พยายามหาวิธีปรับปรุงระบบการบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า (CRM) อย่างต่อเนื่องเพื่อขับเคลื่อนการขายและทำให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในการแสวงหาโซลูชันที่ครอบคลุมทุกด้านนี้ Salesforce ได้ก้าวขึ้นมาเป็นตัวเปลี่ยนเกม โดยมอบแพลตฟอร์มที่ทรงพลังและหลากหลายให้กับธุรกิจ ซึ่งก้าวข้ามฟังก์ชันการทำงานของ CRM แบบดั้งเดิม ในส่วนนี้ เราจะสำรวจประโยชน์มากมายที่ Salesforce มอบให้ พร้อมชี้ให้เห็นว่า Salesforce ได้ปฏิวัติวิธีที่บริษัทต่างๆ มีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า จัดการข้อมูล และเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการขายอย่างไร ตั้งแต่ประสิทธิภาพและการทำงานร่วมกันที่เพิ่มขึ้น ไปจนถึงการรายงานและการวิเคราะห์ที่ดีขึ้น เราจะได้เห็นว่าเหตุใด Salesforce จึงกลายเป็นแพลตฟอร์ม CRM อันดับต้นที่ธุรกิจในหลากหลายอุตสาหกรรมเลือกใช้

  • ประสิทธิภาพการขายที่ดีขึ้น: Salesforce ทำให้กระบวนการขายต่างๆ เป็นระบบและเป็นอัตโนมัติ ช่วยให้ทีมขายมุ่งเน้นไปที่การสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า การปิดดีล และการสร้างรายได้
  • ความสัมพันธ์กับลูกค้าที่ดีขึ้น: ด้วยฐานข้อมูลศูนย์กลางที่จัดเก็บปฏิสัมพันธ์และความต้องการของลูกค้า ทีมขายจึงสามารถมอบประสบการณ์ที่ปรับให้เหมาะกับแต่ละบุคคล ทำให้ลูกค้ารู้สึกมีคุณค่าและได้รับการดูแลที่ดีขึ้น
  • การทำงานร่วมกันที่เพิ่มขึ้น: Salesforce ช่วยให้สมาชิกในทีมเข้าถึงและแบ่งปันข้อมูลแบบเรียลไทม์จากทุกแผนก ปรับปรุงการสื่อสาร การทำงานร่วมกัน และการตัดสินใจทั่วทั้งองค์กร
  • การพยากรณ์ที่แม่นยำ: แพลตฟอร์มนี้มีเครื่องมือแสดงภาพข้อมูลและการรายงานหลากหลาย ช่วยให้ผู้จัดการตัดสินใจโดยอิงข้อมูลและคาดการณ์ผลลัพธ์ทางธุรกิจได้แม่นยำยิ่งขึ้น
  • ความสามารถในการปรับแต่ง: Salesforce ปรับแต่งได้สูงและขยายขนาดได้ ช่วยให้ธุรกิจสามารถปรับแพลตฟอร์มให้เหมาะกับความต้องการและกระบวนการเฉพาะของตนเอง
  • ความสามารถในการผสานระบบ: แพลตฟอร์มนี้สามารถผสานกับแอปพลิเคชันและเครื่องมือของบุคคลที่สามได้หลากหลาย ช่วยเสริมฟังก์ชันการทำงานและทำให้กระบวนการทางธุรกิจมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • ทำงานบนคลาวด์: Salesforce ทำงานบนโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ ให้การเข้าถึงที่สะดวก ต้นทุนการดูแลรักษาต่ำ และการอัปเดตอัตโนมัติ
  • การวิเคราะห์ขั้นสูง: Salesforce มีความสามารถด้าน AI และแมชชีนเลิร์นนิง (ML) ในตัว ซึ่งช่วยให้ธุรกิจระบุแนวโน้ม รูปแบบ และข้อมูลเชิงลึกเพื่อการตัดสินใจและวางกลยุทธ์อย่างมีข้อมูลรองรับ
  • ความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง: Salesforce มีมาตรการความปลอดภัยที่เข้มแข็งเพื่อปกป้องข้อมูลและรักษาความเป็นส่วนตัว โดยเป็นไปตามมาตรฐานและข้อบังคับด้านการปฏิบัติตามกฎหมายต่างๆ
  • นวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง: Salesforce อัปเดตฟีเจอร์และฟังก์ชันการทำงานอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ธุรกิจสามารถเข้าถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมล่าสุดได้เสมอ

10 ฟีเจอร์สำคัญของ Salesforce

Salesforce ได้ปฏิวัติโลกของการบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า (CRM) และระบบอัตโนมัติด้านการขาย ด้วยการมอบแพลตฟอร์มบนคลาวด์ที่ครอบคลุมและมีฟังก์ชันการทำงานที่แข็งแกร่ง ฟีเจอร์เหล่านี้ช่วยให้ธุรกิจเพิ่มประสิทธิภาพการขายและปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้า ร่วมเจาะลึกโลกที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาของ Salesforce ไปกับเรา และค้นพบว่าฟีเจอร์สำคัญเหล่านี้จะช่วยยกระดับผลิตภาพและความสำเร็จด้านการขายขององค์กรของคุณได้อย่างไร

1. การบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า (CRM)

Customer Relationship Management Crm
การบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า (CRM)

การบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า (CRM) คือบริการหลักทางธุรกิจของ Salesforce เป็นโซลูชันซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้ธุรกิจปรับปรุงความสัมพันธ์กับลูกค้า จัดการและจัดระเบียบข้อมูลลูกค้า ทำให้กระบวนการทางธุรกิจมีประสิทธิภาพมากขึ้น และขับเคลื่อนการเติบโตของยอดขาย 

ด้วยชุดแอปพลิเคชันที่ครอบคลุมสำหรับการตลาด การขาย การบริการ และการค้า แพลตฟอร์มนี้ช่วยให้กระบวนการสร้างลูกค้าเป้าหมาย การมีส่วนร่วมกับกลุ่มเป้าหมาย และการรักษาลูกค้าเป็นไปอย่างง่ายดายและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังเสริมศักยภาพให้องค์กรด้วยเครื่องมือด้านข้อมูลและการวิเคราะห์ที่แข็งแกร่ง ซึ่งช่วยวัดผลการดำเนินงาน ปรับปรุงกลยุทธ์ และมอบประสบการณ์ที่ปรับให้เหมาะกับแต่ละบุคคลและตรงกับความต้องการของลูกค้า 

ด้วย Salesforce CRM ธุรกิจยังสามารถสร้างความสัมพันธ์ระยะยาว คาดการณ์ความต้องการของลูกค้า และมอบประสบการณ์ที่ปรับให้เหมาะกับแต่ละบุคคล ซึ่งช่วยเพิ่มความพึงพอใจและความภักดี และนำไปสู่การเติบโตในที่สุด นอกจากนี้ ความสามารถในการปรับตัวและการขยายขนาดของ Salesforce CRM ยังทำให้เป็นสินทรัพย์ที่ยอดเยี่ยมสำหรับองค์กรทุกขนาดและทุกอุตสาหกรรม พร้อมมอบความได้เปรียบในการแข่งขันที่ล้ำหน้าในตลาดที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอในปัจจุบัน

2. Sales Cloud

Sales Cloud เป็นส่วนสำคัญที่ขาดไม่ได้ของชุดเครื่องมือการขายที่ครอบคลุมของแพลตฟอร์ม ช่วยให้ทีมงานทำให้กระบวนการขายเป็นระบบ ปรับปรุงการทำงานร่วมกัน และผลักดันดีลให้ปิดสำเร็จ ซึ่งช่วยยกระดับแนวโน้มการขายของธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในฐานะหนึ่งในสิบฟีเจอร์สำคัญที่สุดของ Salesforce Sales Cloud ได้ปฏิวัติภูมิทัศน์การบริหารความสัมพันธ์ลูกค้าด้วยการมอบมุมมองแบบ 360 องศาของลูกค้าแต่ละราย ช่วยให้ธุรกิจรวบรวมข้อมูลเชิงลึกที่นำไปปฏิบัติได้ ระบุโอกาสในการขายต่อยอดและขายเพิ่ม และสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าที่ยั่งยืน นอกจากนี้ ความสามารถด้านระบบอัตโนมัติที่แข็งแกร่งและแนวทางที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลของ Sales Cloud ยังช่วยให้ทีมขายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมมอบคุณค่าที่ไม่มีใครเทียบได้ให้แก่ลูกค้า ทำให้เป็นองค์ประกอบสำคัญของกลยุทธ์การขายที่ประสบความสำเร็จ

3. Cloud Service

Cloud Services
บริการคลาวด์

ในฐานะแพลตฟอร์มที่มุ่งเน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง Service Cloud ช่วยให้ธุรกิจจัดการและแก้ไขข้อซักถามและปัญหาของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านหลายช่องทาง ทั้งโทรศัพท์ อีเมล แชท และโซเชียลมีเดีย ด้วยการวิเคราะห์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ระบบจัดการเคสที่ปรับแต่งได้ และเครื่องมือในตัวมากมาย Service Cloud ช่วยให้องค์กรมอบประสบการณ์ลูกค้าที่ปรับให้เหมาะกับแต่ละบุคคล มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกันในทุกจุดสัมผัส สิ่งนี้ช่วยสร้างความภักดี ความพึงพอใจของลูกค้า และความสำเร็จทางธุรกิจที่ยั่งยืน นอกจากนี้ ด้วยการผสานเข้ากับระบบนิเวศทั้งหมดของ Salesforce อย่างราบรื่น Service Cloud จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างมุมมองแบบ 360 องศาที่ครอบคลุมวงจรชีวิตของลูกค้า และส่งเสริมแนวทางที่มุ่งเน้นลูกค้าซึ่งสร้างความแตกต่างให้กับธุรกิจ

4. Marketing Cloud

Marketing Cloud เป็นหนึ่งในฟีเจอร์ที่สำคัญที่สุดของแพลตฟอร์ม Salesforce เนื่องจากมีชุดเครื่องมือที่ครอบคลุมและทรงพลัง ซึ่งออกแบบมาเพื่อยกระดับการมีส่วนร่วมของลูกค้าและขับเคลื่อนการเติบโต ธุรกิจสามารถสร้างและดำเนินแคมเปญที่กำหนดกลุ่มเป้าหมายและปรับให้เหมาะกับแต่ละบุคคลได้ในระดับใหญ่ ด้วยการผสานความพยายามด้านการตลาดดิจิทัลข้ามหลายช่องทาง เช่น อีเมล โซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ และมือถือ ได้อย่างราบรื่น นอกจากนี้ ความสามารถด้านการวิเคราะห์ที่ซับซ้อนของ Marketing Cloud ยังช่วยให้ธุรกิจติดตามผลการดำเนินงานและพฤติกรรมลูกค้าแบบเรียลไทม์ ทำให้มั่นใจได้ถึงการตัดสินใจที่อิงข้อมูลและความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับกลุ่มประชากรเป้าหมาย ดังนั้น การนำ Marketing Cloud มาใช้จึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่ขาดไม่ได้ในการสร้างความภักดีต่อแบรนด์และขยายความสัมพันธ์กับลูกค้า

5. AppExchange

Appexchange
AppExchange

ในฐานะตลาดดิจิทัลที่รวบรวมแอปพลิเคชันสำเร็จรูปที่หลากหลาย AppExchange ช่วยเพิ่มผลิตภาพและส่งเสริมการทำงานร่วมกันอย่างราบรื่นให้กับธุรกิจได้อย่างมาก ด้วยการเป็นโซลูชันครบวงจรสำหรับความต้องการทางธุรกิจที่หลากหลาย ทั้งด้านการตลาด การเงิน และการจัดการโครงการ AppExchange ช่วยให้องค์กรสามารถปรับแต่ง ขยาย และเสริมฟังก์ชันการทำงานพื้นฐานของ Salesforce ได้ ด้วยเหตุนี้ คลังแอปพลิเคชันที่เติบโตอย่างต่อเนื่องกว่า 5,000 แอป จึงช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและความสามารถในการปรับตัวของแพลตฟอร์ม Salesforce ทำให้บริษัทต่างๆ สามารถยกระดับประสบการณ์ลูกค้าอย่างต่อเนื่องและรักษาความได้เปรียบในการแข่งขันในภูมิทัศน์ธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอในปัจจุบัน

6. Einstein Analytics

ด้วยการใช้พลังของ AI Einstein Analytics ช่วยให้ผู้ใช้สำรวจข้อมูลของตนได้อย่างง่ายดาย ค้นพบแนวโน้มและรูปแบบที่ซ่อนอยู่ และเปลี่ยนข้อมูลเหล่านั้นให้เป็นข้อมูลเชิงลึกที่นำไปปฏิบัติได้ นอกจากนี้ แตกต่างจากเครื่องมือแสดงภาพข้อมูลแบบทั่วไป Einstein Analytics ถูกออกแบบมาให้ผู้ใช้เจาะลึกเข้าไปในข้อมูลของตนได้มากขึ้น โดยนำเสนอข้อมูลเชิงลึกแบบอินเทอร์แอกทีฟที่มีภาพประกอบสมบูรณ์ อัปเดตอยู่เสมอ และเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์ม Salesforce ตลอดเวลา การผสานที่ราบรื่นนี้ช่วยเร่งการตัดสินใจและปรับปรุงการทำงานร่วมกัน เพิ่มความพึงพอใจของลูกค้าและยกระดับประสิทธิภาพการขาย ด้วยการใช้ประโยชน์จาก Einstein Analytics ธุรกิจสามารถนำหน้าคู่แข่ง สร้างการเติบโต และรับประกันความสำเร็จในระยะยาว

7. Chatter

Chatter
Chatter

Salesforce Chatter ปฏิวัติวิธีที่ธุรกิจสื่อสาร ทำงานร่วมกัน และทำให้กระบวนการทำงานมีความคล่องตัวมากขึ้น ในฐานะเครื่องมือการทำงานร่วมกันแบบเรียลไทม์ที่ทรงพลังและมีความยืดหยุ่น Chatter เชื่อมช่องว่างระหว่างแผนกและสมาชิกในทีม ด้วยการแบ่งปันข้อมูลสำคัญ เอกสาร ข้อมูลเชิงลึก และความเชี่ยวชาญได้ในทันที ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่โปร่งใส ซึ่งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงาน เร่งการตัดสินใจ และขับเคลื่อนผลิตภาพ การผสาน Chatter เข้ากับแพลตฟอร์ม Salesforce ช่วยให้ข้อมูลลูกค้าที่มีค่า ความคืบหน้าของโครงการ และการแจ้งเตือนที่เกี่ยวข้องได้รับการซิงค์และเข้าถึงได้จากทุกแผนก ทำให้ทุกคนรับทราบข้อมูลตรงกัน ในที่สุดสิ่งนี้จะนำไปสู่ประสิทธิภาพที่ดีขึ้น ความสัมพันธ์กับลูกค้าที่แข็งแกร่งขึ้น และโอกาสในการขายที่เพิ่มขึ้น ในภูมิทัศน์ธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและมีการแข่งขันสูงขึ้นเรื่อยๆ Chatter จึงมีความจำเป็นสำหรับการรักษาความเชื่อมต่อ ความคล่องตัว และการนำหน้าคู่แข่งอยู่เสมอ

8. การปรับแต่งและการขยายขนาด

การปรับแต่งและการขยายขนาดมีความสามารถโดยธรรมชาติในการตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของธุรกิจได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดใดหรืออยู่ในอุตสาหกรรมใดก็ตาม ด้วยตัวเลือกการปรับแต่งที่ครอบคลุม Salesforce ช่วยให้องค์กรปรับแพลตฟอร์มให้สอดคล้องกับกระบวนการทำงาน ขั้นตอน และกลยุทธ์การขายเฉพาะของตนเอง พร้อมมั่นใจได้ถึงการผสานเข้ากับระบบนิเวศที่มีอยู่ได้อย่างราบรื่น นอกจากนี้ เมื่อธุรกิจเติบโตขึ้นและเผชิญกับความผันผวนของตลาด สถาปัตยกรรมที่ขยายขนาดได้ของ Salesforce ยังรับประกันว่าแพลตฟอร์มจะสามารถรองรับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงและรักษาการเติบโตไว้ได้ การผสมผสานระหว่างการปรับแต่งและการขยายขนาดนี้ทำให้ Salesforce เป็นโซลูชันที่พร้อมรับมือกับอนาคต ซึ่งผลักดันให้ธุรกิจบรรลุเป้าหมายในปัจจุบัน ควบคู่ไปกับการสร้างความสำเร็จและความสามารถในการแข่งขันที่ยั่งยืนในตลาดที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

9. การผสานระบบ

การผสานระบบเปรียบเสมือนระบบประสาทกลางที่เชื่อมโยงแอปพลิเคชันทางธุรกิจและแหล่งข้อมูลต่างๆ เข้าด้วยกัน ช่วยให้กระบวนการทำงานเป็นระบบและการทำงานร่วมกันเป็นไปอย่างราบรื่น ความสำคัญของสิ่งนี้อยู่ที่ความสามารถของ Salesforce ในการผสานเข้ากับเครื่องมือทั้งภายในและภายนอกได้อย่างง่ายดาย เช่น ระบบบริหารการเงิน ระบบการตลาดอัตโนมัติ และแพลตฟอร์มบริการลูกค้า สิ่งนี้ช่วยให้องค์กรมองเห็นภาพรวมของเส้นทางลูกค้าได้อย่างครบถ้วน ด้วยการใช้ประโยชน์จากการผสานระบบ ธุรกิจสามารถปรับปรุงกระบวนการตัดสินใจ ตอบสนองความคาดหวังของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และขับเคลื่อนการเติบโตไปสู่ระดับใหม่ นอกจากนี้ การผสานระบบยังช่วยลดการป้อนข้อมูลซ้ำซ้อน ลดข้อผิดพลาด และรักษาความสอดคล้องของข้อมูลทั่วทั้งองค์กร

10. ความปลอดภัยและการปฏิบัติตามข้อกำหนด

Security And Compliance
ความปลอดภัยและการปฏิบัติตามข้อกำหนด

ความปลอดภัยและการปฏิบัติตามข้อกำหนดเป็นหนึ่งในสิบฟีเจอร์พื้นฐานที่สำคัญที่สุดของ Salesforce อย่างไม่ต้องสงสัย ในฐานะเสาหลักสำคัญที่สนับสนุนประโยชน์สูงสุดขององค์กร ในโลกดิจิทัลปัจจุบัน การปกป้องข้อมูลลูกค้าที่ละเอียดอ่อนและการปฏิบัติตามกฎระเบียบอุตสาหกรรมที่เข้มงวดเป็นสิ่งที่ธุรกิจซึ่งต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าไม่อาจมองข้ามได้ สถาปัตยกรรมความปลอดภัยที่แข็งแกร่งและความสามารถด้านการปฏิบัติตามข้อกำหนดที่ละเอียดของ Salesforce ช่วยให้ลูกค้าอุ่นใจได้ เนื่องจากมีการกำหนดมาตรฐานสูงสุดด้านการปกป้องข้อมูล ความเป็นส่วนตัว และความโปร่งใสอย่างต่อเนื่อง ด้วยความเข้าใจในข้อกำหนดที่แตกต่างกันของแต่ละอุตสาหกรรม Salesforce จึงรองรับการรับรองและมาตรฐานการปฏิบัติตามข้อกำหนดที่หลากหลาย เช่น GDPR, HIPAA และ FedRAMP ด้วยการใช้ฟีเจอร์ความปลอดภัยและการปฏิบัติตามข้อกำหนดที่ล้ำสมัยของ Salesforce ธุรกิจสามารถมุ่งเน้นไปที่การขยายฐานลูกค้าและขับเคลื่อนรายได้ได้อย่างมั่นใจ โดยรู้ว่าทรัพย์สินข้อมูลอันมีค่าของตนได้รับการปกป้อง มีการบริหารจัดการที่ดี และพร้อมสำหรับการตรวจสอบเสมอ

ฟีเจอร์ใหม่ใน Salesforce

นอกเหนือจากฟีเจอร์ที่โดดเด่นที่กล่าวถึงข้างต้นแล้ว เราจะแจ้งให้คุณทราบถึงการปรับปรุงใหม่ใน Salesforce ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและยกระดับผลิตภาพของทีมของคุณ ฟีเจอร์ใหม่เหล่านี้เปิดตัวใน Salesforce Summer ’23 Release และรวมถึง: 

Commerce Cloud: บริการ Embedded Commerce สำหรับ Salesforce Commerce มอบพอร์ทัลสั่งซื้อซ้ำที่รวดเร็ว เพื่อทำให้การขายเป็นอัตโนมัติและขับเคลื่อนรายได้ผ่านระบบการชำระเงิน.

Analytics: อินเทอร์เฟซผู้ใช้ Join Data มีอินเทอร์เฟซแบบไม่ต้องเขียนโค้ดสำหรับการรวมข้อมูลจากหลายชุดข้อมูล

MuleSoft: MuleSoft Direct for Industry Clouds มอบการเชื่อมต่อแบบพร้อมใช้งานสำหรับ Consumer Goods Cloud ซึ่งขับเคลื่อนโดย MuleSoft

Slack: จัดระเบียบและแบ่งปันเนื้อหาที่มีโครงสร้างในมุมมองเดียวด้วย Slack Canvas

Platform: Salesforce Mobile App Plus: Offline Extensibility – เสริมศักยภาพให้พนักงานของคุณทำงานได้จากทุกที่ด้วยการเข้าถึงแบบออฟไลน์ที่ปลอดภัย

Customer Success Group: ดูคะแนนความสำเร็จของลูกค้าและคำแนะนำจาก Technical Account Manager (TAM) ของคุณ

Nonprofit: Programs and Case Management – ปรับโปรแกรมเพื่อส่งมอบผลลัพธ์ที่มีประสิทธิผลมากขึ้น

Education Cloud: มอบประสบการณ์ที่สร้างความสัมพันธ์กับผู้เรียนไปตลอดชีวิต

บทสรุป

โดยสรุปแล้ว Salesforce CRM Cloud ได้กลายเป็นตัวเลือกอันดับต้นสำหรับธุรกิจที่ต้องการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า ด้วยฟีเจอร์ที่โดดเด่นมากมาย Salesforce CRM Cloud จึงแตกต่างจากคู่แข่ง และตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของธุรกิจในทุกอุตสาหกรรมและทุกขนาด ตั้งแต่ความสามารถในการปรับแต่งที่ทรงพลังและการวิเคราะห์เชิงลึก ไปจนถึงเครื่องมือการทำงานร่วมกันที่ใช้งานได้จริงและตัวเลือกการผสานระบบที่ราบรื่น Salesforce CRM Cloud ครอบคลุมทุกด้านที่ส่งผลให้ระบบบริหารความสัมพันธ์ลูกค้ามีประสิทธิภาพ ประสบความสำเร็จ และสร้างผลกำไรได้

พร้อมเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกให้เป็นการลงมือทำแล้วหรือยัง?

บอกเราเกี่ยวกับความท้าทายของคุณ! แล้วเราจะหาโซลูชันที่เหมาะสมไปด้วยกัน

ส่งข้อความถึงเรา